วิธีถอดจิต ถอดวิญญาณ ถอดกาย ถอดกายทิพย์
เรื่องลี้ลับ เหนือธรรมชาติ

วิธีถอดจิต ถอดกายทิพย์ 4 ขั้นตอน

วิธีถอดจิต ถอดกายทิพย์

การถอดจิต หรือถอดกายทิพย์

คือ การทำให้วิญญาณ(กายทิพย์)ของเราออกจากร่างกาย แล้ววิญญาณจะท่องไปในโลกทิพย์ บางคนเคยถอดวิญญาณในช่วงที่ป่วยหนัก หรือขณะที่กำลังเผชิญเหตุการณ์ใกล้ตาย อย่างไรก็ตาม  เราก็สามารถฝึกถอดวิญญาณเองได้  บทความนี้จะบอกถึงวิธีฝึกถอดวิญญาณ

วิธีถอดจิต ถอดวิญญาณ ถอดกายทิพย์

ขั้นที่ 1 สวดมนต์ ฝึกสมาธิ

จะต้องสวดมนต์ฝึกนั่งสมาธิก่อนฝึกวิชานี้ เพื่อสะสมพลังจิต  บางคนอาจจะมีพลังจิตติดมาตั้งแต่ชาติปางก่อน  ก็อาจจะถอดจิตได้เลย  แต่เมื่อใช้พลังจิตของชาติปางก่อนหมดแล้ว  ก็จะถอดจิตไม่ได้    ทางแก้ก็คือ ต้องนั่งสมาธิสะสมพลังจิตใหม่

ขั้นที่ 2 เตรียมตัวถอดกายทิพย์

2.1 ขอบารมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์  พระที่ท่านศรัทธานับถือ และเจ้าที่เจ้าทาง ช่วยให้ท่านถอดจิตได้ และขอให้ท่านคุ้มครองร่างท่านในระหว่างถอดจิต ไม่ให้สิ่งเลวร้ายมารมาผจญแฝงหรือทำลายร่างท่านได้ ถ้าเกิดเหตุอะไรที่ทำให้ตกใจให้รีบระลึกถึงสิ่งศักดิ์ ครูบาอาจารย์  ช่วยลูกด้วย ท่อง ” พุทธัง สรณัง ” 

2.2 เริ่มตอนเช้า ต้องเริ่มต้นในช่วงเช้าตรู่ ตอนที่ตนเองกำลังงัวเงียอยู่ หลายคนพบว่า มันเป็นช่วงที่ง่ายกว่าตอนก่อนนอน ในการที่จะเข้าสู่ภาวะภวังค์  อย่างไรก็ตาม  คุณก็สามารถฝึกให้ตัวเองถอดจิตเมื่อไหร่ก็ได้  ขึ้นอยู่กับความสดวกส่วนตัว

2.3 สร้างบรรยากาศให้ลงตัว การถอดจิตต้องอาศัยสภาวะทำสมาธิแบบลึก  ดังนั้น คุณควรจะเริ่มทำ โดยหามุมสงบในบ้าน นอนบนเตียงหรือโซฟา จากนั้นก็พยายามทำสมาธิ

2.4 การถอดกายทิพย์ควรจะทำคนเดียว จะง่ายกว่า ทำร่วมกับคนอื่นในห้อง หากมีแฟนนอนร่วมห้อง จงหาห้องอื่นที่อยู่ลำพังได้ เพื่อทำการถอดกายทิพย์   ช่วงเวลาที่ทำสิ่งนี้คือ ตอนที่ไม่มีใครอยู่ ปิดม่านให้มิดชิด และกำจัดเสียงรบกวนออกไป ต้องแน่ใจว่า ไม่มีใครจะเดินเข้ามาในห้อง ขณะที่คุณท่องไปในโลกทิพย์

2.4 นอนลงและทำสมาธิ  นอนเอนหลังลงไปในห้องที่คุณเลือก แล้วหลับตา ทำสมาธิ  ตั้งเป้าหมายถึงสถานที่ที่ท่านจะไป  ใหม่ควรตั้งเป้าหมายให้อยู่แค่ในห้องก่อน

วิธีถอดจิต ถอดกายทิพย์

ขั้นที่ 3 ส่งวิญญาณออกจากร่างกาย

 3.1  เข้าสู่ภวังค์. ภวังค์ คือ สภาวะที่ปล่อยให้ร่างกายและจิตใจเข้าสู่ภาวะครึ่งหลับครี่งตื่น  หรืออยู่ในภวังค์  ซึ่งจำเป็นต่อการถอดกายทิพย์  พยายามไปให้ถึงภาวะดังกล่าวให้ได้ ด้วยวิธีต่อไปนี้:

  • ให้นอนหงายปล่อยตัวตามสบาย ไม่ซ้อนเท้ากัน แล้วกำหนดลมหายใจเข้าและออก ให้รู้สึกลมหายใจเข้าและออกยาว  ให้ละเอียด คำว่าละเอียดหมายถึง เบานุ่ม ไม่กระแทกกระทั้น  เอาจิตไปจดจ่อที่ลมหายใจ อย่ากังวลกับสิ่งภายนอก และอย่ามัวแต่คิดว่า จะให้วิญญาณออกจากกาย จงปล่อยให้ตัวเองดำดิ่งลงสู่ภวังค์เสียก่อน
  • ขณะนอน เมื่อหลับตาลง หลังจากกำหนดรู้ลมหายใจระยะหนึ่งแล้ว ให้จินตนาการว่า มีร่างของเราอีกร่างหนึ่งลอยอยู่เหนือขึ้นไปประมาณ 1 เมตร  มีรูปร่างเหมือนกับตัวเรา พยายามใส่รายละเอียดในร่างนั้น ถ่ายเทความรู้สึกจากร่างที่นอนข้างล่างขึ้นไปร่างข้างบน  ถ้ากำหนดลมหายใจไม่ชำนาญ อย่าเพิ่งถ่ายความรู้สึกขึ้นลง เพราะอาจทำให้เราไปบีบรัดลมหายใจ ทำให้อึดอัด ควรฝึกลมหายใจจนกายเบาก่อน จึงฝึกถ่ายความรู้สึก
  • เมื่อทำสักระยะแล้วให้กำหนดภาพของเราให้เป็นร่างสีขาว นอนหงายสูงขึ้นไป ซ้อนขึ้นไป ขณะนอนหลับตาอยู่ และฝึกถ่ายความรู้สึกขึ้นไปสู่กายบนสุดนั้นให้ทำอยู่อย่างนี้ วันใดที่ใจสงบที่สุด เมื่อนอนทำ วันนั้นจะถอดได้ ต้องจำไว้ว่า การถอดกายทิพย์นี้   ต้องอาศัยการฝึกลมหายใจเป็นหลัก เพราะฉะนั้นต้องฝึกลมหายใจทุกอิริยาบถตลอดเวลาที่นึกได้
  • หลับตา และส่งจิตไปรับรู้ส่วนต่างๆ ของร่างกาย เช่น มือ เท้า หรือนิ้วเท้าแต่ละนิ้ว จดจ่ออยู่ที่แต่ละส่วนของร่างกาย จนกว่าคุณจะเห็นภาพแต่ละส่วนได้ชัดเจนในขณะหลับตา โฟกัสไปเรื่อย ๆ จนกว่าความคิดต่าง ๆ จะมลายหายไป
  • นึกภาพว่าตัวเองกำลังเอานิ้วเท้าเหยียดออก หรือกำนิ้วมือและแบมือออก จนกว่าคุณจะรู้สึกราวกับว่าร่างกายส่วนดังกล่าวขยับได้เองจริง ๆ
  • ขยายจุดโฟกัสไปยังส่วนที่เหลือของร่างกายด้วย ใช้จิตของคุณกำหนดว่า ให้ขยับ แขนขา พยายามจดจ่ออย่างต่อเนื่อง จนกว่าคุณจะสามารถขยับส่วนต่าง ๆ เหล่านั้นได้ เพียงแค่ใช้จิตของคุณกำหนด

วิธีถอดจิต ถอดกายทิพย์

3.2 ต้องมีความกล้าในขณะวิญญาณใกล้ออกจากร่าง. ในขณะที่จิตวิญญาณกำลังเตรียมตัวออกจากร่าง อย่ากลัว  เพราะความกลัวจะทำให้คุณหลุดออกจากภวังค์ คุณควรรวบรวมความกล้าในขณะที่จิตวิญญาณกำลังจะออกจากร่างกาย

3.3  ฝึกจิตของคุณ ให้ส่งวิญญาณออกจากร่างกาย. นึกภาพห้องที่คุณกำลังนอนอยู่ ขยับร่างกายของตัวเองในใจ ให้ยืนขึ้น และมองไปรอบ ๆ ห้อง ลงมาจากเตียงและเดินไปสำรวจทั่วห้อง และมองร่างกายตัวเองกำลังนอนอยู่บนเตียง

  • หากคุณรู้สึกราวกับว่า กำลังยืนอยู่ที่มุมห้องและมองตัวเองนอนอยู่บนเตียง แสดงว่าการถอดกายทิพย์ทำสำเร็จแล้ว และวิญญาณของคุณแยกออกจากกายโดยสมบูรณ์แล้ว
  • สำหรับหลายคน การจะไปถึงจุดนี้ได้ต้องฝึกมากมาย แต่สำหรับบางคน มันง่ายมาก ทั้งนี้อาจจะเกิดจาก เคยฝึกสมาธิตั้งแต่ชาติก่อน ๆ พลังจิตสะสมจากชาติที่แล้ว แต่อย่างไรก็ตาม ใคร ๆ ก็สามารถฝึกได้  หากมีความปรารถนา และฝึกฝนมากพอ หากวิญญาณคุณไม่สามารถออกจากร่างกายได้โดยสมบูรณ์ ก็ลองขยับแขนหรือขาออกมาทีละส่วนดูก่อน และฝึกไปเรื่อย ๆ จนกว่าคุณจะลุกออกมาเดินไปรอบห้องได้

สายใยทิพย์

3.4  กลับเข้าสู่ร่างกาย. วิญญาณของคุณเชื่อมต่อกับร่างกายอยู่เสมอ ด้วย  สายใยทิพย์  ปล่อยให้สายใยทิพย์ดังกล่าวนำทาง พาวิญญาณกลับสู่ร่างกาย จากนั้น ลองขยับนิ้วมือและนิ้วเท้าดูทั้งร่างกาย ไม่ใช่คิดแค่ในใจ และพยายามรวบรวมสติกลับคืน

ถอดจิต

ขั้นที่ 4 สำรวจโลกทิพย์

4.1  ทดสอบว่า คุณได้ถอดกายทิพย์ออกจากร่างแล้วจริง ๆ

หลังจากที่ชำนาญในการถอดวิญญาณออกจากร่าง คุณอาจต้องการยืนยันกับตัวเองว่า กายและจิตของคุณแยกออกจากกันจริง ๆ

  • ครั้งต่อไปที่ถอดกายทิพย์ ก็อย่าหันไปมองร่างกายตัวเอง แต่จงเดินออกจากห้องไปและสำรวจห้องอื่น ๆ ในบ้าน
  • สำรวจสิ่งต่าง ๆ ในห้อง จดจำสี รูปส่ง และขนาด พยายามจำรายละเอียดให้ได้มากที่สุด
  • กลับเข้าสู่ร่างกาย และสำรวจดูสิ่งต่าง ๆ ที่คุณเห็น ว่าตรงกับที่เห็นตอนถอดวิญญาณ หรือเปล่า

4.2 สำรวจต่อไป. ในการถอดกายทิพย์ครั้งต่อไป ลองท่องไปในสถานที่ที่ไม่มีความคุ้นเคย   แต่ละครั้งที่ถอดจิต พยายามจดจำรายละเอียดสถานที่ที่ถอดจิตไป   และหลังกลับสู่ร่างกายแล้ว  เดินไปสำรวจสิ่งต่าง ๆ เหล่านั้นดูอีกที ว่าตรงกันหรือไม่ ทำเช่นนี้ต่อไปเพียงไม่กี่รอบ จะมีความชำนาญมาก  มั่นใจว่าได้ถอดจิตได้จริง                      

4.3  กลับเข้าสู่ร่างกาย. บางคนกล่าวว่า การถอดจิตเป็นเรื่องอันตราย โดยเฉพาะเวลาที่ชำนาญมากพอที่จะไปในสถานที่ไม่คุ้นเคย แต่มันไม่จำเป็นต้องน่ากลัวขนาดนั้น คนเหล่านั้นไม่เข้าใจการถอดจิต การถอดกายทิพย์ เป็นประสบการณ์ที่ดี 

  • การถอดกายทิพย์ไม่ได้ซับซ้อนอะไรมากมาย ขอแค่รู้ว่าไม่มีอันตรายใด ๆ นอกจากว่า คุณจะคิดว่าต้องเกิดอันตราย ความตื่นเต้นของประสบการณ์นอกร่างกายเช่นนี้ ทำให้หลายคนถอดกายทิพย์เป็นเวลานาน  มันแค่เคลื่อนจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง หรือเปลี่ยนรูปสถานะเท่านั้น ดังนั้น ไม่ต้องกังวลเวลาท่องไปในโลกทิพย์ มันเป็นธรรมชาติ ทรงพลัง 
  • สายใยทิพย์ไม่มีวันถูกทำลายลง หากใช้พลังตอนอยู่ในโลกทิพย์มากเกินไป ก็อาจกลับเข้าสู่ร่างกายได้ช้าลงบ้าง กระนั้นก็ตาม ร่างกายและวิญญาณมีความผูกพันกันอย่างลึกซึ้งๆ ซึ่งทำให้วิญญาณย่อมกลับเข้าสู่ร่างกายได้เองตามธรรมชาติ
  • บางคนกลัวว่า วิญญาณอื่น อาจจะเข้าสิงร่างกายคุณได้ในขณะที่คุณถอดวิญญาณ หากกังวลเรื่องนี้ ก็สามารถปกป้องร่างกายตัวเอง ด้วยการสวดมนต์ก่อนการเริ่ม เช่น บทสรรเสริญพระรัตนตรัย หรือ คาถาชินนบัญชร  หรืออธิษฐาน ขอให้เจ้าที่อย่าปล่อยให้วิญญาณอื่นเข้ามาในบ้าน  ก่อนที่จะเริ่มถอดวิญญาณ 
  • วิญญาณของคุณ อาจจะไปพบเจอกับวิญญาณของคนอื่นก็ได้ ลองฝึกร่วมกับเพื่อนชำนาญในระดับเดียวกันก็ได้ โดยนัดเวลาเดียวกัน

เคล็ดลับ

จะต้องฝึกในห้องที่ไม่มีใครรบกวน จนกว่าจะถึงเวลาที่จะกำหนดออกจากสมาธิ

  • ขณะที่กำลังจะถอดวิญญาณ ร่างกายและจิตใจไม่ควรจะเหนื่อยล้า เพราะจะทำให้เกิดสมาธิได้ยาก อาการงัวเงียที่เกิดขึ้นในตอนเช้า  ช่วยให้การถอดวิญญาณง่ายกว่าการถอดวิญญาณในตอนก่อนนอนขณะที่ร่างกายเหนื่อยล้า
  • ในช่วงแรก อย่าไปไกลเกินไป เพราะยังใหม่กับการถอดวิญญาณ ไปในที่ใกล้เคียงก่อน
  • หากรู้สึกว่ากลับเข้าสู่ร่างกายได้ยาก แค่จินตนาการว่า วิญญาณพุ่งเข้าสู่ร่างกายด้วยความเร็วแสง ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน จำไว้ว่า เวลาและระยะทางเป็นเรื่องสมมุติ ในโลกทิพย์
  • ตอนที่ส่งวิญญาณออกจากร่าง นึกภาพตัวเองเป็นสีทึบๆ จากนั้น จึงนึกภาพวิญญาณโปร่งแสง คล้ายควันธูป กำลังออกจากร่างกาย
  • การนึกภาพแสงสีเหลืองหรือสีขาวล้อมรอบตัว ในขณะที่อยู่ในโลกทิพย์ จะช่วยปกป้องวิญญาณจากสิ่งชั่วร้าย ในยามที่คุณเผลอ
  • อย่าริอ่านถอดวิญญาณไปในที่ต่าง ๆ ที่ไม่ควรไป เช่น โลกนรก หรือที่แปลกถิ่น เพราะอาจจะถูกอำนาจจิตที่แข็งแกร่งกว่าคุมไม่ให้คืนร่างได้ ถ้าวิญญาณไม่เข้าร่างเกิน 7 วัน ท่านจะต้องตาย  จึงต้องสั่งญาติไว้ว่า ถ้าพบร่างยังอุ่นอยู่ ห้ามโยกย้ายร่าง  เพราะกำลังฝึกถอดวิญญาณ  อย่าเพิ่งฉีดศพกันเน่าอย่างเด็ดขาด เพราะยังไม่ตาย  ให้ช่วยจุดธูปหน้าหิ้งพระ  สวดมนต์ขอร้องให้สิ่งศักดิ์สิทธิ ครูบาอาจารย์ ช่วยเหลือ วิญญาณก็จะกลับคืนร่าง
  • การถอดวิญญาณ อาจจะส่งผลให้คุณเติบโตทางจิตวิญญาณได้เร็วขึ้น ซึ่งเป็นสาเหตุที่คุณไม่ควรล้มเลิกกลางคัน การถอดวิญญาณนี้จะช่วยเหลือคุณในยามฉุกเฉินในอนาคต

เมื่อถอดจิตได้ครั้งหนึ่งแล้ว  จงจำสภาวะจิต ขณะวิญญาณ ออกจากร่าง  เพื่อที่ครั้งต่อไปทำสภาวะจิตเหมือนที่ถอดจิตครั้งแรก  จะได้ถอดง่ายขึ้น

  • จะต้องหมั่นทำสมาธิบ่อยๆ เพื่อสะสมพลังจิต  ทำให้ท่านสามาระถอดจิตได้ง่าย
  • หัวใจสำคัญคือ ต้องทำสมาธิทุกวัน  และเชื่อมั่นว่า การถอดจิตเป็นไปได้จริง

คำเตือน

  • ความเชื่อมีผลอย่างมากต่อการถอดวิญญาณ หากคุณเชื่อว่าจะถูกผีสิง ก็อาจจะรู้สึกเหมือนเช่นนั้นจริง ๆ หากคุณรู้สึกว่า  สายใยทิพย์ กำลัง “อ่อนแรง” และจะกลับเข้าสู่ร่างกายไม่ได้ คุณก็จะรู้สึกหยุดชะงัก ทั้งความคิดและความรู้สึกดี จะถูกสำแดงออกมาเสมอ เมื่ออยู่ในโลกทิพย์ ทั้งความคิดและความกลัวของคุณ  มีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นจริง คุณควรคิดบวกเข้าไว้ อย่าถอดวิญญาณหลังจากดูหนังสยองขวัญ
  • การถอดจิต ไม่ได้ทำได้ทุกครั้ง  อาจจะต้องทำสมาธิสะสมพลังจิตทั้งเดือนเพื่อจะถอดจิตสักครั้ง  แต่ทุกครั้งก่อนทำสมาธิ  ให้ตั้งเป้าว่า จะไปไหน  เผื่อว่า จะถอดจิตได้ในครั้งนั้น

แนะนำบทความ     วิธีคำนวณบุญบาป

 

โรงพิมพ์ เจอาร์

 

 

 

 

 1,154 total views,  40 views today

+1
0
+1
0
+1
0
+1
0
+1
0
+1
0