เริ่มต้นธุรกิจ ธุรกิจของตนเอง

เทคนิคตั้งชื่อบริษัท 14 ข้อ

ตั้งชื่อบริษัท

การตั้งชื่อบริษัท มีข้อแนะนำ 14 ข้อ

ชื่อบริษัทที่เหมาะสมจะช่วยให้คุณแตกต่างจากคู่แข่งและช่วยสร้างภาพพจน์ให้กับบริษัทได้อีกด้วย ถึงแม้ชื่อบริษัทอาจจะไม่ได้มีผลโดยตรงกับการทำงานของบริษัทหรือลดยอดขายของคุณลง แต่ก็ควรพิจารณา 10 ข้อต่อไปนี้เมื่อเริ่มคิดจะตั้งชื่อบริษัท เริ่มต้นดีมีชัยไปกว่าครึ่งน่ะจริงเสมอ

1. ชื่อที่เป็นมงคลต่อกิจการ

การตั้งชื่อบริษัทหรือสินค้านั้นเป็นเรื่องสำคัญ เพราะมันจะเป็นชื่อที่คุณจะต้องใช้ในการทำการตลาดด้วย ชื่อบริษัทมีผลต่อภาพลักษณ์และจุดยืนในตลาด ดังนั้นอย่าคิดว่าเป็นเรื่องเล่นๆ

2. หลีกเลี่ยงการเล่นคำในชื่อ

การเล่นคำมากไปหรือใช้คำแผลงๆ อาจจะทำให้ลูกค้าจำยาก การใช้คำที่ผวนได้จะส่งผลต่อศีลธรรมอันดีงาม และอาจโดนวิพากษ์วิจารณ์ได้

3. ใช้ชื่อเต็มที่ไม่ต้องยาวนักจะดีกว่า

การใช้ตัวอักษรย่อชื่อบริษัทอาจจะทำให้การโฆษณาหรือสื่อสารง่ายขึ้น แต่นักธุรกิจขนาดเล็กคงไม่มีกำลังทั้งกายและเงินมากพอที่จะคอยบอกกลุ่มเป้าหมายว่าชื่อบริษัทนี้มีความหมายอย่างไร ดังนั้นให้ใช้ชื่อเต็มที่ไม่ต้องยาวนักจะดีกว่า

การใช้ชื่อย่อนั้นอาจทำให้ง่ายต่อการโฆษณา และการสื่อสารที่ง่ายขึ้นก็จริง แต่ในบริษัทเล็ก ๆ หรือขนาดกลางนั้น การใช้ชื่อย่อจะทำให้ลูกค้าที่ไม่ทราบว่าคุณทำธุรกิจด้านใด เกี่ยวกับอะไร เพื่อให้ลูกค้าจดจำและเข้าใจความหมายได้ไม่ยาก  เช่น ร้านหนังสือสุดอินดี้ ร้านเล่า 

4. เน้นจุดเด่น

คุณสามารถตั้งชื่อให้เกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการของคุณที่คิดว่าเด่นเป็นจุดขายให้บริษัท คิดง่ายๆ ว่า ”บริษัทที่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องเฉพาะเท่านั้นที่ลูกค้าต้องการ”

5. ไม่ควรใช้ชื่อให้ใกล้เคียงบริษัทที่มีชื่อเสียงอยู่แล้ว อีกทั้งชื่อที่เกี่ยวข้องกับราชวงศ์ด้วย

ตัวอย่างเช่น กรณีของนาย Victor Moseley ที่เมืองอลิซาเบท รัฐเคนตักกี้ ประเทศสหรัฐอเมริกาได้ใช้ชื่อ Victor’s Secret เป็นชื่อร้านขายของขวัญสำหรับผู้ใหญ่และชุดชั้นในสตรี เมื่อฝ่ายกฏหมายของ Victoria’s Secret (ร้านชุดชั้นในสตรีชื่อดังของสหรัฐฯ) พบเข้าจึงได้ยื่นหนังสือฟ้องร้านของนายวิคเตอร์ในข้อหาละเมิดชื่อบริษัท แม้เขาจะรีบเปลี่ยนชื่อเป็น Victor’s Little Secret ก็ยังโดน Victoria’s Secret ฟ้องอยู่ดี ห่างคุกไว้เป็นดี

6. มองการณ์ไกล

ธุรกิจขนาดเล็กหลายแห่งคิดว่าจะดำเนินธุรกิจแต่เพียงในอำเภอเมืองหรือจังหวัดเท่านั้น แต่นี่ไม่ได้หมายความว่าชื่อบริษัทจะต้องจำกัดด้วยสถานที่ที่คุณตั้งบริษัทเท่านั้น เพราะคุณอาจขยายกิจการไปจังหวัดอื่น หรือทั่วประเทศเลยก็ได้

7. หลีกเลี่ยงชื่อตัวเอง

เจ้าของบริษัทหลายท่านมักจะใช้ชื่อตัวเองตั้งเป็นชื่อร้าน ตัวอย่างคือร้านทองต่างๆ ที่แสนจะจำยากเย็น ข้อเสียคือหากคุณวางแผนจะขายกิจการในอนาคต ชื่อร้านที่เป็นตัวบุคคลเช่นนี้ไม่ดึงดูดใจผู้ซื้อเลยเมื่อเทียบกับบริษัทที่สร้างชื่อจากสินค้าหรือบริการ

8.สะกดง่าย ออกเสียงไม่ยาก

ชื่อร้านที่คุณตั้งควรเป็นชื่อที่สะกดและออกเสียงเรียกได้ไม่ยาก เพราะจะทำให้ลูกค้าจดจำได้รวดเร็วและไม่ลืมง่าย ๆ หากตั้งชื่อร้านที่ยากเกินไปอาจทำให้ลูกค้าไม่กล้าที่จะออกเสียง เพราะกลัวเรียกชื่อร้านผิด
เช่น ร้านเบเกอรี่สุดน่ารักที่ชื่อว่า พอใจโฮมคาเฟ่ (Porjai Home Cafe)
ร้านอาหารชื่อดังที่ใช้ชื่อว่า ครัวดอกไม้ขาว (White Flower Restaurant)

9. ใช้ชื่อที่ขึ้นเว็บง่าย

ผู้บริโภคนั้นโดนกรอกหูกรอกตาด้วยชื่อบริษัทร้านค้าทุกวันอยู่แล้ว งานของคุณคือต้องเลือกชื่อที่ผู้บริโภคจะจำได้ง่าย ชื่อเว็บไซท์ควรเป็นชื่อเดียวกับบริษัทและพยายามอย่าขีดเส้นระหว่างคำ เพราะมันจำยาก

10. ตรวจดูว่าชื่อไม่ใช่ซ้ำ

จะตั้งชื่อบริษัทให้ดีทั้งทีควรใช้เวลาสำรวจดูว่าไม่มีคนอื่นใช้ก่อนอยู่แล้ว แต่ถ้าหากมีก็อาจะปรับชื่อให้คล้ายๆ กันหากว่าไม่ใช่ธุรกิจที่คล้ายกัน คุณสามารถค้นหาและจองชื่อนิติบุคคล ได้ที่เว็บไซท์ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ www.dbd.go.th เพราะชื่อร้านที่เหมือนหรือคล้ายกันนั้นจะทำให้ลูกค้าเกิดความเข้าใจผิด สับสน ลังเลในการที่จะเรียกชื่อร้านก็เป็นได้ เพราะนอกจากสร้างความสับสนให้กับลูกค้าแล้วยังทำให้สร้างปัญหาระหว่างเจ้าของธุรกิจด้วยกันเองอีกด้วย 

11. ความหมายดี ก็มีชัยไปกว่าครึ่ง

ชื่อที่มีความหมายที่ดีเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ร้าน แสดงจุดยืน ภาพลักษณ์ของร้าน ลูกค้าหลายคนอาจถูกใจความหมายดี ๆ ของชื่อร้านจนนำมาสู่การเลือกซื้อสินค้าและตัดสินใจซื้อในที่สุด
เช่น ร้านเสื้อผ้าผู้ชาย อาจจะตั้งชื่อว่า Alano (อลาโน่) ที่แปลว่า หนุ่มรูปงาม
ร้านดอกไม้ อาจจะตั้งชื่อว่า Olivia (โอลิเวีย) ที่แปลว่า สัญลักษณ์แห่งความสงบสุข

12.โดดเด่น สะดุดตา ตรงกับภาพลักษณ์

การทำให้ชื่อร้านโดดเด่น สะดุดตา จะช่วยดึงความสนใจของลูกค้ามาที่ร้านของคุณได้ดีอีกหนึ่งวิธี นอกจากจะโดดเด่น สะดุดตาแล้ว ยังตรงตั้งชื่อร้านให้ตรงกับภาพลักษณ์ หรือคอนเซ็ปต์ของร้านก็จะยิ่งทำให้ลูกค้าจดจำร้านของคุณได้ง่ายขึ้นอีกด้วย
เช่น ชื่อร้านคาเฟ่แมวของผู้กำกับชื่อดังแห่ง GTH ที่ใช้ชื่อร้านว่า Caturday Cat Café
ร้านกาแฟที่ใช้ชื่อสุดเก๋ เรียกไม่ยาก ชื่อร้านว่า ตาสว่างกาแฟสด

13.คิดถึงอนาคต ด้วยไม่ตั้งชื่อแบบเฉพาะ เจาะจง

ข้อเสียก็มีอยู่ว่าการตั้งชื่อร้านตามสถานที่ตั้งนั้นอาจเป็นข้อจำกัดในอนาคตเมื่อเจ้าของธุรกิจคิดจะขยายสาขาเพิ่ม หรือ ต้องการที่จะเปิดแฟรนไชส์ ทำให้ชื่อร้านที่ตั้งตามทำเลนั้นเป็นปัญหาในอนาคตได้แน่นอน อีกชื่อเฉพาะที่ไม่ควรนำมาตั้งเป็นชื่อร้านคือชื่อเจ้าของธุรกิจนั่นเองจ้า เนื่องจากการนำชื่อของตัวเองมาตั้งชื่อร้านนั้นอาจจะเกิดปัญหาในการจดจำของลูกค้า อีกทั้งชื่อบุคคลยังเป็นชื่อที่ไม่สร้างความดึงดูดใจต่อลูกค้าอีกด้วย และอาจจะเป็นปัญหาหากในอนาคตคุณวางแผนที่จะขยายกิจการ หรือเปิดแฟนไชส์อีกด้วย ยกตัวอย่าง การตั้งชื่อร้านที่บอกสถานที่  เช่น ชื่อร้านว่า บางเขนเครื่องใช้ไฟฟ้า
ชื่อร้านว่า สุวินิตการช่าง

14.คิดชื่อใช้ง่ายต่อการสร้างโลโก้ร้าน

โลโก้สวยงามนั้นคือการตั้งชื่อร้านให้สะดุดตา มีความยาวพอดี สามารถดึงดูให้ลูกค้ามาสนใจได้ เนื่องจากโลโก้ทำหน้าที่เดียวกับชื่อร้านที่จะต้องไปอยู่บนป้าย บนนามบัตร บนสินค้า หรือบนบรรจุภัณฑ์ของร้าน ดังนั้นการตั้งชื่อร้านจึงควรคำนึงด้วยว่าจะเกิดปัญหาต่อการออกแบบโลโก้ร้านหรือไม่ เมื่อได้ ชื่อร้าน ที่ต้องการแล้ว ให้ไปจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ากับกรมทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อป้องกันการลอกเลียนแบบ หรือนำชื่อร้านไปให้ในทางที่ผิด

 

ขอบคุณบทความดีดีโดย : คุณคัมภีร์ทอง ที่มา : www.smethailandclub.com

www.thairegisters.com

 

tags :  ตั้งชื่อบริษัทว่าอะไรดี       ตั้งชื่อบริษัทเก๋ๆ

 

คลิกดูเลย           โรงพิมพ์ JR

 การเลือกหุ้นส่วนนั้นสำคัญ

3,435 total views, 27 views today